ข้อคิด ประจำวัน

บทที่ยาวขึ้นและบทร้อยกรองในสมุดเล่มนี้ ทั้งเรื่องการให้ โลกในปัจจุบัน ฝึกตนเอง ๘ ประการ และคาถาที่รวบรวมคติธรรมอันเลื่องชื่อ

คาถาและบทอักษรนำ

ปัญหา ทำให้ ปัญญาและความ…แกร่งกล้า
เวลา ทำให้ เชี่ยวชาญ
ประสบการณ์ ทำให้ รู้จักแก้ไข
การตัดสินใจ ทำให้ รู้จักถูกผิด
ความคิด ทำให้ เกิดปัญญา
การพัฒนา ทำให้ เกิดคุณภาพ

คาถาหัวใจเศรษฐี

ขยันหา
รักษาดี
มีกัลยาณมิตร
ใช้ชีวิตพอเพียง
เลี้ยงชีพอย่างเหมาะสม

คาถามหานิยม — อักษรนำ ม-หา-นิ-ย-ม

— มีเมตตา
หา — หาเลี้ยงชีพ โดยสุจริต
นิ — นิสัยดี มีความอ่อนน้อมถ่อมตน
— ยิ้มแย้ม แจ่มใจ
— ไมตรี มีน้ำใจ

ดวงดี — อักษรนำ ด-ว-ง-ดี

— ดี คือ นิสัยดี มีมารยาท ฉลาดศึกษา
— วาจา คือ วาจาอ่อนหวาน โวหารไพเราะ มีไหวพริบ
— งดงาม คือ งดงามกายใจ
ดี — ดี คือ กายดี พูดดี คิดดี ทำดี ใจดี

การใช้ชีวิตให้มีคุณภาพและประสบความสำเร็จ

  • ๑. ใช้ชีวิตในแผนของเรา
  • ๒. ค้นหาเป้าหมายของชีวิตให้พบ
  • ๓. พยายามทำเป้าหมายของชีวิตให้สำเร็จ
  • ๔. สิ่งใดสำคัญ ควรทำสิ่งนั้นก่อน
  • ๕. อย่ามองข้ามปัญหา แม้เพียงเล็กน้อย
  • ๖. อย่าท้อถอย ล้มเลิกอะไรง่ายๆ
  • ๗. ทุ่มเท ทำด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่
  • ๘. ทำทุกอย่างออกมาให้ดี มีคุณภาพที่สุด
  • ๙. ทำทุกอย่างให้เป็นประโยชน์ แก่ตนเองและผู้อื่น
  • ๑๐. อย่าทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
  • ๑๑. พัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
  • ๑๒. หมั่นสำรวจและทบทวนตนเองเสมอ
  • ๑๓. แก้ไขข้อด้อย และจุดบกพร่องที่เรามี..
  • ๑๔. อย่าหยุดการค้นคว้า หาประสบการณ์

การให้ และผู้ให้

คนโดยส่วนมากนั้น คิดว่า การให้ คือ การเสีย… ก็เพราะว่าเคยชินอยู่กับการรับอย่างเดียว โดยไม่เคยคิดที่จะเป็นผู้ให้… การเป็นผู้ให้ กับ การเป็นผู้ขอนั้น แน่นอนว่า ความรู้สึกย่อมต่างกัน คือ ถ้าเมื่อเราเป็นผู้ขอ ย่อมมีความรู้สึกวิตกกังวลว่า เขาจะให้เราหรือไม่ จนกลายเป็นความอึดอัด และรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเขา · ตรงกันข้าม เมื่อเราเป็นผู้ให้ เราจะรู้สึกว่าเรานั้น มีคุณค่าขึ้นมาทันที

การให้… แก่คนที่เรารัก และจำเป็นต้องให้โดยหน้าที่นั้น จิตใจของเรายังไม่ถือว่าเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง แม้แต่การให้โดยหวังผลประโยชน์ตอบแทน ก็เช่นเดียวกัน

แต่… ถ้าเราให้… แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรๆ กับเราเลย โดยปราศจากผลประโยชน์ตอบแทน โดยคิดแต่เพียงว่า เราเป็นผู้ให้… นั่นแสดงว่า เราเป็นผู้ให้ด้วยใจที่ประเสริฐอย่างแท้จริง…

การฝึกเป็นผู้ให้ เริ่มแรกๆ นั้นอาจจะยากบ้าง เพราะด้วยความเสียดาย หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ แต่เมื่อฝึกให้บ่อยๆ จากน้อยไปหามาก เท่าที่เราจะให้ได้ อย่างไม่เดือดร้อนตนเอง… กระแสแห่งความสุขจากการให้ จะค่อยๆ ซึมซับอยู่ในหัวใจทีละน้อย จนมากขึ้นๆ เมื่อเรามีความสุขกับการให้แล้ว ทุกครั้งที่เราเป็นผู้ให้ เราจะรู้สึกปีติสุข และความคิดที่ว่า การให้คือการเสีย จะไม่มีอยู่ในใจของเราเลย จะมีแต่กระแสแห่งความเมตตา เกิดขึ้นในใจของเราเอง

ปัญหา และการปล่อยวาง

ปัญหานั้น มีอยู่สองอย่าง คือ ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ ก็แก้ไขกันไปตามลำดับ ส่วนปัญหาที่เกินความสามารถที่จะแก้ไขได้ ก็ต้องปล่อยวาง · ทุกสิ่งในโลก ล้วนมีธรรมชาติเป็นกฎตายตัว การแข่งขัน ก็มีแพ้ มีชนะ มีเสมอ · การทำธุระกิจ ก็มีกำไร ขาดทุน เสมอตัว · มีได้ ก็มีเสีย · มีสุข ก็มีทุกข์ · มีรัก ก็มีชัง · มีปัญหา ก็มีปัญญา · มีเกิด ก็มีดับ · ก็มีแค่นั้น ตราบใดยังอยู่ในโลก ก็ต้องพบกับโลกธรรม เป็นธรรมดา… · ฉันนั้น เวลามีความทุกข์ใจ เราควรหาคำตอบให้ได้ว่า สาเหตุของทุกข์ คือ อะไร บางทีเราอาจไปยึดติดกับความทุกข์ เช่น ไปยึดติดกับคำพูดของคนอื่น ยึดติดกับความกลัว ความระแวง หรือ ยึดติดกับสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เป็นต้น · เมื่อรู้จักทุกข์แล้ว ก็ทำความเข้าใจว่า อะไรๆ ในโลกนี้ ที่เกินกว่าความสามารถเราจะไปยึดครองมันได้ สิ่งนั้น จะสอนให้เรารู้จักคำว่า ปล่อยวาง

โลกในปัจจุบัน

ปัจจุบันเรามีบ้านหลังใหญ่ขึ้น · แต่… กลับมีครอบครัวที่เล็กลง
เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น · แต่… กลับมีเวลาน้อยลง
เรามีการศึกษามากขึ้น · แต่… กลับมีสามัญสำนึกน้อยลง
เรามีความรู้มากขึ้น · แต่… กลับมีเหตุ-ผลน้อยลง
เรามีเครื่องมือสื่อสารสะดวกขึ้น · แต่… กลับมีมิตรภาพน้อยลง
เรามีปริมาณมากขึ้น · แต่… กลับมีคุณภาพน้อยลง
เรามีเงินมากขึ้น · แต่… กลับมีความสุขน้อยลง
เรามีกำไรจากการทำงานมากขึ้น · แต่… กลับมีสุขภาพที่แย่ลง

ท่ามกลางโลกที่เจริญขึ้น แต่… สภาพแวดล้อม กลับแย่ลงไปทุกๆ วัน · มนุษย์อยู่ได้ ด้วยอาศัยโลกในนี้ และอนาคตของโลกนี้ ก็ขึ้นอยู่กับมนุษย์ด้วยเช่นกัน · ทุกๆ สิ่งในโลกนี้ ล้วนพอดีเสมอ แต่… ไม่อาจเพียงพอต่อความโลภของคนเท่านั้นเอง

ฝึกตนเอง ๘ ประการ

  • ๑. ฝึกตนเองให้เป็นคนนิ่งๆ
  • ๒. ไม่เผลอหยิ่งถือตน
  • ๓. เป็นคนไม่สะสม
  • ๔. ไม่สนคำนินทา
  • ๕. ไม่บ้าเหตุ-ผล
  • ๖. ไม่หลงไปกับความอยาก
  • ๗. รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
  • ๘. รู้จักให้อภัย และเสียสละ

๑.) ฝึกตนเองให้เป็นคนนิ่งๆ คือ ขอให้มีความสุขุม หนักแน่น พูดแต่ในสิ่งที่ดีๆ อะไรไม่ดีก็อย่าไปพูด เพราะการพูดหรือวิจารณ์ใดๆ ในทางเสียหายนั้น มีแต่จะทำให้จิตใจของตนเองต่ำต้อย และขุ่นมัว… จงคิดทุกเรื่องที่จะพูด แต่อย่าพูดทุกเรื่องที่คิด

๒.) ไม่เผลอหยิ่งถือตน คือ จงเป็นคนธรรมดา อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับตนเอง ก็อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และรู้จักให้เกียรติผู้อื่น เพราะคนที่มีเกียรติ คือ คนที่ให้เกียรติผู้อื่น

๓.) เป็นคนไม่สะสม คือ การฝึกตนเองไม่ให้ยึดติดกับอะไรๆ ตลอดถึงการสะสมอะไรๆ ต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นภาระทั้งสิ้น ไม่มากก็น้อย ยกเว้นแต่การสะสมความดี

๔.) ไม่สนคำนินทา คือ ฝึกตนเองให้รู้ทันความเป็นธรรมดาของโลก เพราะในโลกนี้ ไม่มีใครไม่ถูกนินทา แม้แต่บางครั้ง คนในครอบครัวเดียวกัน ยังนินทากันและกันเอง แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่น คนที่ชอบหวั่นไหวต่อคำนินทา แสดงว่า ยังไม่รู้ทันโลก

๕.) ไม่บ้าเหตุ-ผล คือ การฝึกตนเองให้เป็นคนสบายๆ ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับอะไรๆ มากเกินไป ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุผลจนเกินไป และไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างอะไรเลย คนๆ นั้น จะกลายเป็นคนที่มากด้วยทิฐิ กลายเป็นคนที่ตนเองนั้นถูกทุกอย่าง แต่ไม่มีความสุข เพราะต้องรบกับความคิดของคนรอบข้างเต็มไปหมด เพียงเพื่อความถูกต้องตามความคิดของตนเอง

๖.) ไม่หลงไปกับความอยาก คือ การฝึกตนเองไม่ให้เป็นทาสของเงินจนเกินไป หัดพอใจกับสิ่งที่เราหาได้ และสิ่งที่เรามีอยู่ · รู้จักคำว่า พอดี เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด และไม่มีอะไรสมบูรณ์ที่สุด อยู่ที่ว่าเราพอใจมันมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง เมื่อเรารู้จักคำว่า พอดี.. เราก็ไม่จำเป็นต้องหาเงินมาก ชีวิตก็สามารถทำอะไรๆ ได้มากกว่าการหาเงินเพียงอย่างเดียว · ความสุขกายนั้น อาจเกิดจากความมี แต่…. ความสุขใจนั้น เกิดจากความพอ.. · คนที่เขามีความสุขนั้น ไม่ใช่เพราะเขามีทุกๆ สิ่ง แต่…. เขามีความสุขกับทุกๆ สิ่งที่เขามี

๗.) รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวทุกข์ มันก็ผ่านไป · เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวสุข มันก็ผ่านไป… · เวลาเจอสถานการณ์แย่ๆ ก็ให้รู้ว่า เรื่องราวเหล่านั้น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเราคนเดียว และไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต · เพราะฉะนั้น เวลา..ขึ้น..ก็อย่า..หลง.. · เวลา..ลง..ก็อย่า..ท้อ.. เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้เสมอ

๘.) รู้จักให้อภัย และเสียสละ คือ การฝึกตนเองให้เป็นผู้มีเมตตา เพราะดวงจิตที่ประกอบไปด้วยเมตตานั้น เป็นดวงจิตที่บริสุทธิ์ · จงมองตนเองเพื่อแก้ไข… จงมองคนอื่นเพื่อให้อภัย เวลาจะโกรธใคร ก็ขอให้นึกถึงความดีของเขาที่เคยมีต่อเรา.. แล้วเราจะให้อภัยแก่ผู้อื่นได้ไม่ยาก และผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการให้อภัยเป็นคนแรก คือ ตัวเราเอง… · สำหรับการเป็นผู้เสียสละนั้น คือ การฝึกตนเองเป็นผู้ให้ และยอมเสียเปรียบบ้าง เพราะการเสียสละคือ น้ำใจ ที่แสดงออกทางกายได้อย่างดียิ่ง · ชีวิตจะดำรงคงอยู่ได้ ก็ด้วยสิ่งที่เราได้มา · แต่ ชีวิตเราจะเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยสิ่งที่เราเสียไป · โลกเรานี้ อยู่ได้ถึงแม้ไม่มีศาสนา แต่โลกเรานี้ จะไม่สามารถส่งมอบสุขได้ หากปราศจากการให้อภัย ความเมตตา และการเสียสละ เพราะสิ่งนี้ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับโลกนี้

«ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด…»

ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด — คือ ความคิดของเราเอง
ความล้มเหลวที่สุด — คือ ความท้อแท้ และสิ้นหวัง
การกระทำที่โง่เขลาที่สุด — คือ การหลอกตัวเอง
สิ่งที่น่าเกลียดที่สุด — คือ การเห็นแก่ตัว
ความพ่ายแพ้ที่สุด — คือ การแพ้ใจตนเอง
ความผิดพลาดที่สุด — คือ การไม่ยอมรับความจริง
สิ่งที่มีค่าที่สุด — คือ การมีสุขภาพที่สมบูรณ์
สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุด — คือ การได้ทำความดี
สิ่งที่ควรมีที่สุด — คือ ความอดทน และพยายาม
สิ่งที่มีเกียรติที่สุด — คือ การได้ช่วยเหลือผู้อื่น
สิ่งที่ควรสรรเสริญที่สุด — คือ การมีความเสียสละ
สิ่งที่ควรระวังที่สุด — คือ คำพูดและการกระทำ
สิ่งที่ควรให้มีที่สุด — คือ สติ ปัญญา