โพธิสัตวธรรม แห่งโพธิญาณ

คุณธรรมของผู้ตั้งปณิธานบำเพ็ญบารมี เพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและโปรดสรรพสัตว์

ลำดับต่อไปนี้จะได้เขียนถึง คุณธรรมของพระโพธิสัตว์ ผู้มีปณิธานบำเพ็ญบารมีแห่งสายทางโพธิญาณ หรือพุทธภูมิ เพื่อที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตกาล เมื่อได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่แล้ว ก็ดำเนินวัตรปฏิบัติในการบำเพ็ญบารมี บนสายทางแห่งพุทธภูมิอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการ ก็ไม่ท้อถอยล้มเลิกในความตั้งใจ มุ่งสร้างและบำเพ็ญบารมีให้เต็ม เพื่อบรรลุโพธิญาณอันตนปรารถนา ได้นำสัตว์โลกทั้งหลายให้ข้ามพ้นจากวัฏฏะสงสาร ถึงพระนิพพานให้มากที่สุด ดังนี้

พระโพธิสัตว์นั้น แบ่งเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ —

  • ๑) อนิยตะโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ยังไม่ได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ มา · «อนิยตะ» แปลว่า «ยังไม่แน่นอน» หมายความว่ายังไม่แน่นอนว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าแท้จริงแค่ไหน เพราะอาจเลิกล้มความตั้งใจในอนาคตก็ได้
  • ๒) นิยตะโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่ได้รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอดีต ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆ ไปอย่างแน่นอน เมื่อบารมีโพธิญาณอันได้บำเพ็ญมาเต็มพร้อมบริบูรณ์แล้ว

พระโพธิสัตว์ผู้มุ่งสั่งสมบารมีนั้น จะต้องบำเพ็ญบารมีแห่งพุทธภูมิธรรม เพื่อเข้าถึงโพธิญาณแห่งพุทธภูมิ ดังจักได้อธิบายเป็นลำดับต่อไป คือ — ตั้งมั่นในพุทธภูมิธรรม ๔ · บำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศ · มีอัธยาศัย ๖ · มีจริยธรรม ๑๐ · มีคุณธรรมอันพิเศษ ๓ · และมีมหาปณิธาน ๔ ประการ

พระโพธิสัตว์ทุกๆ องค์นั้น ไม่ว่าจะถือกำเนิดในภพภูมิใด ทางมนุษย์ สัตว์ หรือเทวดา ก็ย่อมมีจิตตั้งพร้อมตั้งมั่นในการบำเพ็ญบารมี ไม่หวั่นไหว ย่อท้อต่ออุปสรรคและหมู่มารทั้งหลาย ที่ขัดขวางการบำเพ็ญพุทธภูมิของตน

พุทธภูมิธรรม ๔

พุทธภูมิธรรมทั้ง ๔ ประการนั้น ประกอบด้วย —

  • ๑) อุสสาหะ ประกอบด้วยความเพียรพยายามอย่างยิ่ง
  • ๒) อุมมัคคะ มีปัญญาอันฉลาดเฉียบแหลม
  • ๓) อวัฏฐานะ มีความมั่นคงเด็ดเดี่ยวต่อจุดมุ่งหมาย
  • ๔) หิตะจริยา เจริญเมตตา พรหมวิหารธรรมอยู่เป็นนิจ

บารมี ๓๐ ทัศ

บารมีนั้นหมายถึง การกระทำอันประเสริฐ การบำเพ็ญคุณความดีด้วยกุศลเจตนา การบำเพ็ญบารมีทั้ง ๓๐ ทัศนี้ เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะทำให้ถึงโพธิญาณ · ทสะบารมีในเบื้องต้น ประกอบด้วย —

  1. ทานบารมี การสละบริจาคทาน มีเจตนาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสำคัญ
  2. ศีลบารมี การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ตามฐานะอันตนดำรงอยู่
  3. เนกขัมมบารมี เว้นจากกิเลสกามทั้งหลาย มีใจน้อมไปในการแสวงหาความสงบ
  4. ปัญญาบารมี มีปัญญาหมั่นเรียนรู้ ทั้งคดีโลกและคดีธรรม มีปัญญาอันเห็นแจ้งตามสัจธรรม สามารถช่วยเหลือแนะนำผู้อื่นให้รู้ทางพ้นทุกข์ได้ การเรียนรู้ของพระโพธิสัตว์จึงต้องเรียนรู้มากกว่าผู้อื่นโดยทั่วไป
  5. วิริยบารมี มีความเพียรในการสร้างบุญกุศลและคุณความดีอย่างสม่ำเสมอ มีความเพียรอันถูกต้องตามธรรม คือ สัมมัปปธาน ๔ — เพียรระวังบาปไม่ให้เกิดขึ้น · เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว · เพียรทำกุศลให้เกิดขึ้น · เพียรทำกุศลให้เกิดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  6. ขันติบารมี มีความอดทน อดกลั้น ต่ออุปสรรคต่างๆ ภายนอก รวมถึงอดกลั้นต่อกิเลสในใจของตนเอง ไม่ทำบาปอกุศลทั้งปวง
  7. สัจจบารมี มีสัจจะ รักษาคำพูดของตนเอง และพูดแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์
  8. อธิษฐานบารมี มีความตั้งมั่นในปณิธานอันตนตั้งใจ โดยไม่ล้มเลิกเปลี่ยนแปลง
  9. เมตตาบารมี มีความเมตตา ปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ปรารถนาให้สรรพสัตว์พ้นจากทุกข์ ได้ถึงสุขโดยทั่วกัน
  10. อุเบกขาบารมี มีจิตเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบ เห็นโลกตามความเป็นจริง พิจารณารู้ว่าหมู่สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามเหตุและปัจจัยแห่งกรรมที่ตนได้กระทำไว้

และในแต่ละบารมีดังกล่าวมานี้ ก็แบ่งเป็น ๓ ระดับ — ๑) บารมีขั้นต้น เรียกว่า บารมี · ๒) บารมีขั้นกลาง เรียกว่า อุปบารมี · ๓) บารมีขั้นสูงสุด เรียกว่า ปรมัตถบารมี ดังนี้แล

อัธยาศัย ๖

อัธยาศัย ๖ ประการ อันเป็นคุณธรรมให้พระโพธิสัตว์ผู้เป็นนิยตะโพธิสัตว์ มีบารมีอันแก่กล้ายิ่งๆ ขึ้นไป ประกอบด้วย —

  1. เนกขัมมะ ยินดีในการออกบวช
  2. วิเวก ยินดีในสถานที่อันสงบ
  3. อโลภะ ยินดีในการบริจาคทาน
  4. อโทสะ ยินดีในการเจริญเมตตา
  5. อโมหะ ยินดีในการศึกษา พิจารณาให้มีปัญญารู้แจ้งในสัจจะธรรม
  6. นิพพาน ยินดีในการยกจิตแห่งตนออกจากภพ ไม่ยินดีในการเวียนว่ายตายเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพาน

อัธยาศัยทั้ง ๖ ประการ อันเป็นแนวทางแห่งพุทธภูมิ ก็มีด้วยประการดังนี้แล

จริยธรรม ๑๐

จริยธรรม ทั้ง ๑๐ ประการ ของพระโพธิสัตว์ อันประกอบด้วยการละวางความปรารถนาฝ่ายโลกีย์ ดังนี้ —

พระโพธิสัตว์ไม่ปรารถนาเลยว่า ร่างกายจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน พระโพธิสัตว์ไม่ปรารถนาเลยว่า จะไม่มีภัยอันตรายอันจะมีแก่ตนเอง พระโพธิสัตว์ไม่ปรารถนาเลยว่า จะไม่มีมารและอุปสรรคมาขัดขวางในการบำเพ็ญบารมี พระโพธิสัตว์ไม่ปรารถนาเลยว่า จะไม่มีอุปสรรคในการชำระจิตให้บริสุทธิ์ พระโพธิสัตว์ถือว่า ทำงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องสำเร็จเร็วที่สุด พระโพธิสัตว์คบผู้อื่น โดยไม่ปรารถนาว่าจะได้รับผลประโยชน์จากผู้อื่น พระโพธิสัตว์ไม่ได้มุ่งหวังว่า ผู้อื่นจะต้องตามใจตนเองทุกๆ อย่างเสมอ พระโพธิสัตว์ทำความดีต่อผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน พระโพธิสัตว์เห็นลาภแล้ว ไม่ปรารถนาจะได้รับในลาภนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อถูกใส่ร้ายติเตียน ไม่ปรารถนาจะตอบโต้

กล่าวด้วยจริยธรรม ๑๐ ประการ ของพระโพธิสัตว์ ก็มีด้วยประการดังนี้แล

คุณสมบัติพิเศษ ๓

คุณสมบัติพิเศษของพระโพธิสัตว์ ทั้ง ๓ ประการ ประกอบไปด้วย —

  • ๑) มหาปรัชญา หรือ มหาปัญญา คือ มีปัญญาอันยิ่ง เห็นแจ้งในสัจจธรรม ไม่ตกเป็นทาสของกิเลสทั้งปวง
  • ๒) มหากรุณา เป็นผู้มีจิตเมตตา กรุณา ต่อเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างปราศจากขอบเขต พร้อมที่จะสละตนเองเพื่อช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์
  • ๓) มหาอุปาย พระโพธิสัตว์จะต้องมีวิธีอันฉลาดในการสั่งสอนแนะนำ ให้ผู้อื่นได้เข้าถึงสัจจธรรม ดังนี้แล

มหาปณิธาน ๔

มหาปณิธาน ทั้ง ๔ ประการ แห่งพระโพธิสัตว์ ดังนี้ —

เราจักละกิเลสให้หมด เราจักศึกษาพระสัจจธรรมให้จบ เราจักช่วยโปรดสัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ได้ถึงสุข เราจักบรรลุพุทธภูมิอันประเสริฐ ตามปณิธานแห่งเรา

ดังได้อธิบายมานี้ คือคุณธรรมอันเรียกว่า โพธิสัตวธรรม อันพระโพธิสัตว์ทุกๆ พระองค์ได้ปฏิบัติ เพื่อสั่งสมบารมี เพื่อบรรลุถึงพุทธภูมิอันตนได้ตั้งความปรารถนาไว้ดีแล้ว กล่าวด้วยโพธิสัตวธรรม ก็มีด้วยประการดังนี้แล